การป้องกันมอเตอร์ · EOCR

วิธีเลือก EOCR ให้เหมาะกับมอเตอร์ (ครบทุกขั้นตอน)

เขียนโดย: ทีมวิศวกรรม SAV Automationอ้างอิง: ตามมาตรฐาน IEC 60947-4-1 (ดูแหล่งอ้างอิงด้านล่าง)ปรับปรุงล่าสุด: 25 กรกฎาคม 2569
คำตอบโดยสรุป

การเลือก EOCR เริ่มจากกระแสพิกัดของมอเตอร์ (Full-load Current) ให้อยู่กลางช่วงกระแสของรีเลย์ จากนั้นเลือกฟังก์ชันที่ตรงกับงาน (โหลดเกิน โหลดต่ำ ขาดเฟส Ground Fault ฯลฯ) แรงดันไฟควบคุม รูปแบบเอาต์พุต การ Reset และตรวจว่าต้องใช้ External CT หรือไม่ ควรยึดค่าจาก Nameplate จริงเสมอ

การเลือก EOCR (Electronic Over Current Relay — รีเลย์ป้องกันมอเตอร์แบบอิเล็กทรอนิกส์) ให้เหมาะกับมอเตอร์ ไม่ได้ดูแค่ยี่ห้อหรือราคา แต่ต้องไล่ตามข้อมูลของมอเตอร์และลักษณะงานเป็นขั้น ๆ บทความนี้สรุปเป็นขั้นตอนที่ใช้ได้จริง

ขั้นที่ 1 — เริ่มจากกระแสมอเตอร์

หัวใจของการเลือกคือ กระแสพิกัด (Full-load Current) ของมอเตอร์ ซึ่งดูได้จาก Nameplate โดยตรง ถ้าไม่มีค่า ให้ประมาณจากกำลังด้วย เครื่องคำนวณกระแสมอเตอร์ แล้วยืนยันกับ Nameplate อีกครั้ง

เลือกรุ่นที่มี ช่วงกระแส (setting range) ครอบคลุมค่านี้ โดยให้ค่าใช้งานจริงอยู่ประมาณ กลางช่วง ไม่ชิดขอบบน (ป้องกันไม่ทัน) หรือขอบล่าง (ตั้งค่าละเอียดยาก)

⚠️ ยึด Nameplate เสมอ

อย่าตั้งค่าจากการเดา กระแสจริงขึ้นกับแรงดัน ประสิทธิภาพ Power Factor และข้อมูลผู้ผลิต ค่าคำนวณเป็นเพียงค่าประมาณ

ขั้นที่ 2 — เลือกฟังก์ชันให้ตรงกับงาน

รุ่นต่าง ๆ มีฟังก์ชันไม่เท่ากัน เลือกให้ตรงกับความเสี่ยงของงาน:

ลักษณะงานฟังก์ชันที่ควรมี
งานทั่วไปOverload, Phase Loss
ปั๊มน้ำ (เสี่ยงเดินแห้ง)Underload / Dry-run
สายพานลำเลียงJam / Stall (โหลดติดขัด)
งานที่ต้องการกันไฟรั่วGround Fault (ใช้ร่วมกับ ZCT)
มอเตอร์สำคัญ/ต้องการข้อมูลรุ่น Digital มีหน้าจอ แสดงกระแสและสาเหตุ Trip

ขั้นที่ 3 — แรงดันไฟควบคุม (Control Power)

ตรวจว่าตู้ควบคุมจ่ายไฟเลี้ยงรีเลย์เป็น 24 VDC, 110 VAC หรือ 220 VAC แล้วเลือกรุ่นให้ตรง ผิดแรงดันไฟควบคุมคือสาเหตุที่ทำให้ต้องเปลี่ยนรุ่นบ่อย

ขั้นที่ 4 — เอาต์พุตและการ Reset

  • รูปแบบคอนแทคเอาต์พุต (เช่น 1a1b) ต้องเข้ากับวงจรควบคุมที่ออกแบบไว้
  • Auto Reset เดินใหม่เองหลัง Trip · Manual Reset ต้องกดด้วยมือ (ปลอดภัยกว่าเมื่อควรตรวจสาเหตุก่อน)
  • Fail-safe / Non-fail-safe เลือกตามพฤติกรรมที่ต้องการเมื่อไฟเลี้ยงรีเลย์หาย

ขั้นที่ 5 — ต้องใช้ External CT หรือไม่

ถ้ากระแสมอเตอร์สูงเกินกว่าที่ร้อยสายผ่านรูของรีเลย์ได้โดยตรง ต้องใช้ External CT ลดกระแสก่อน แล้วตั้งอัตราส่วน CT ในรีเลย์ให้ตรงกับที่ติดตั้งจริง มิฉะนั้นค่ากระแสที่รีเลย์อ่านจะผิด

ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย

  • เลือกช่วงกระแสกว้างเกินไปจนตั้งค่าละเอียดไม่ได้
  • ลืมตั้ง Start Delay ทำให้ Trip ตอนสตาร์ต (กระแสเริ่มต้น DOL สูง 6–8 เท่า)
  • เลือกรุ่นที่ไม่มีฟังก์ชันที่งานต้องการ
  • ตั้งอัตราส่วน External CT ไม่ตรง

ติดตั้งทดแทน Thermal Overload เดิม

ถ้าจะเปลี่ยนจาก Thermal Overload Relay เดิมเป็น EOCR ดิจิทัล ให้เทียบ ช่วงกระแส และ แรงดันควบคุม กับของเดิม ตรวจพื้นที่ในตู้ (DIN Rail / Panel Mount) และย้ายสายควบคุมตามคู่มือ ดูรายละเอียดในบทความ Overload Relay กับ Motor Protection Relay ต่างกันอย่างไร

มาตรฐานที่เกี่ยวข้อง

อุปกรณ์กลุ่ม Motor Starter / Motor Protective Switching Device อ้างอิงตาม IEC 60947-4-1:2023 (Ed. 5.0) ควรตรวจสอบฉบับล่าสุดและ Datasheet ของรุ่นที่เลือกก่อนสั่งซื้อทุกครั้ง

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

ควรเลือกช่วงกระแส EOCR ให้กว้างหรือแคบ?

ให้กระแสใช้งานจริงอยู่ราวกลางช่วง (setting range) ไม่ชิดขอบบนหรือขอบล่าง ถ้าเลือกช่วงกว้างเกินไปจะตั้งค่าละเอียดยากและอาจป้องกันโหลดเกินได้ไม่ดีพอ

ต้องใช้ External CT เมื่อไร?

เมื่อกระแสมอเตอร์สูงเกินกว่าที่ร้อยสายผ่านรูของรีเลย์ได้โดยตรง ต้องใช้ CT ภายนอกลดกระแสก่อน และตั้งอัตราส่วน CT ในรีเลย์ให้ตรงกับที่ใช้จริง

Auto Reset กับ Manual Reset ต่างกันอย่างไร?

Auto Reset จะพร้อมเดินใหม่เองหลัง Trip เหมาะกับงานที่ไม่ต้องมีคนตรวจ ส่วน Manual Reset ต้องกดรีเซ็ตด้วยมือ เหมาะกับงานที่ต้องให้คนตรวจสาเหตุก่อนเดินเครื่องใหม่ (ปลอดภัยกว่าในหลายกรณี)

แหล่งอ้างอิง

  1. IEC 60947-4-1:2023 (Ed. 5.0)Contactors and motor-starters – Electromechanical contactors and motor-starters (รวม MPSD)

เนื้อหานี้เป็นข้อมูลเชิงเทคนิคเพื่อการศึกษาและการเลือกอุปกรณ์เบื้องต้น ค่าที่คำนวณเป็น “ค่าประมาณ” การออกแบบและติดตั้งจริงต้องตรวจสอบกับข้อมูลบน Nameplate มาตรฐานฉบับปัจจุบัน และวิศวกรผู้มีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ SAV ไม่รับผิดชอบต่อการนำไปใช้นอกบริบท