ลักษณะโหลด
ป้องกันมอเตอร์เครื่องอัดอากาศแบบสกรู: กระแสเดินตามความดัน ไม่ใช่ตามปริมาณลม
เครื่องอัดอากาศแบบสกรูเป็นโหลด Positive Displacement ปริมาตรที่ดันออกต่อรอบคงที่ ปิดทางส่งจึงไม่ได้ทำให้การไหลลดลงแบบปั๊ม แต่ทำให้ความดันสูงขึ้น และกำลังเดินตามอัตราส่วนความดัน ผลคือกระแสสูงขึ้นเรื่อย ๆ โดยไม่มีเพดานในตัวเอง มีแต่วาล์วนิรภัยเท่านั้นที่หยุดมันได้ รีเลย์กระแสจึงไม่ใช่อุปกรณ์นิรภัยด้านความดัน สองเรื่องที่ทำให้ตั้งค่ายาก คือการควบคุมแบบโหลด–อันโหลดที่ทำให้กระแสเป็นคลื่นสี่เหลี่ยมจนแยกจากคัปปลิ้งขาดไม่ได้ และจุดตันสองจุดในเครื่องเดียวที่ให้กระแสคนละทิศ
เครื่องอัดอากาศเป็นมอเตอร์ตัวที่เดินยาวที่สุดในโรงงานส่วนใหญ่ และเป็นโหลดที่ ทิศทางของกระแส ตรงข้ามกับปั๊มหอยโข่งที่คนคุ้นเคยที่สุด ใครที่ย้ายความเข้าใจเรื่องปั๊มมาใช้กับเครื่องอัดอากาศตรง ๆ จะตั้งค่าผิดด้านทั้งชุด
ทำไมกระแสเดินตามความดัน ไม่ใช่ตามปริมาณลม
ปั๊มเคลื่อนย้ายของเหลวที่อัดตัวไม่ได้ กำลังไฮดรอลิกจึงเป็น ρgQH — เมื่อ Q เป็นศูนย์ กำลังก็หายไป เครื่องอัดอากาศแบบ Positive Displacement ทำงานคนละแบบ ปริมาตรที่ถูกดันออกต่อหนึ่งรอบเป็นค่าคงที่ ทางกล ปิดทางส่งจึงไม่ได้ทำให้การไหลหยุด แต่ทำให้ความดันสูงขึ้น และกำลังที่ใช้เดินตามอัตราส่วนความดัน
ปั๊มมี จุด Shut-off บนกราฟ ซึ่งเป็นเพดานตามธรรมชาติ ไม่ว่าจะปิดปลายทางแค่ไหน กำลังก็ไปหยุดที่ค่านั้น
เครื่องอัดอากาศ ไม่มีเพดานในตัวเอง ความดันขึ้นได้เรื่อย ๆ จนกว่าจะมีอะไรมาหยุด สิ่งที่หยุดมันคือวาล์วนิรภัยกับสวิตช์ความดัน — ไม่ใช่รีเลย์ป้องกันมอเตอร์
เปรียบเทียบทั้งสามแบบให้เห็นพร้อมกัน
| เครื่อง | ปิดปลายทางแล้วกระแส | เพดานของกำลัง |
|---|---|---|
| ปั๊มหอยโข่ง (Radial) | ลดลง | จุด Shut-off บนกราฟ |
| ปั๊มแนวแกน (Axial) | เพิ่มขึ้น | จุด Shut-off — มีเพดาน |
| เครื่องอัดอากาศ PD | เพิ่มขึ้น | ไม่มีเพดานในตัวเอง |
นี่คือเหตุผลที่ อินเตอร์ล็อกจากเซนเซอร์ภายนอกอยู่ในชั้น “จำเป็น” ของเครื่องอัดอากาศ ในขณะที่บนปั๊มมันเป็นเพียงตัวเลือกตามระบบ
โหลด–อันโหลด: กระแสเป็นคลื่นสี่เหลี่ยม ไม่ใช่เส้นตรง
เครื่องสกรูส่วนใหญ่ควบคุมกำลังผลิตด้วยการปิดวาล์วทางเข้าและระบายความดันในถังน้ำมันออก เรียกว่าอันโหลด มอเตอร์ยังหมุนอยู่แต่แทบไม่ได้อัดอะไร ผลที่รีเลย์เห็นคือ กระแสสลับระหว่างสองระดับ ตลอดกะ ไม่ใช่เส้นนิ่ง ๆ
ระดับตอนอันโหลดต่ำกว่าตอนโหลดมาก — ตัวเลขที่มักอ้างกันคือราวหนึ่งในสามถึงหนึ่งในสี่ของกำลังตอนโหลด แต่ให้ถือเป็น ค่าที่ต้องวัดจากเครื่องตัวเอง ไม่ใช่กฎ
ผลตามมามีสามข้อ
- Undercurrent ตั้งแบบตรงไปตรงมาไม่ได้ เพราะตอนอันโหลดกระแสก็ตกอยู่แล้ว ซึ่งหน้าตาเหมือน คัปปลิ้งหรือสายพานขับขาดทุกประการ
- Overload ยังใช้ได้ตามปกติ แบบจำลองความร้อนรับภาระเป็นช่วง ๆ ได้อยู่แล้ว และกฎประจำบ้าน (ตั้ง OC จาก Nameplate ไม่ใช่จากค่าที่วัดได้) ก็กันไม่ให้ไปตั้งจากระดับอันโหลดอยู่แล้ว
- สัดส่วนเวลาโหลดต่อเวลาอันโหลดคือข้อมูลที่มีค่าเงิน เครื่องที่อันโหลดน้อยแปลว่าระบบรั่วมาก หรือเครื่องเล็กเกินงาน ส่วนเครื่องที่อันโหลดเกือบตลอดแปลว่าซื้อใหญ่เกินความจำเป็น ข้อนี้เป็นการใช้ค่ากระแสที่ไม่ได้จบด้วยการทริป
โหลด–อันโหลด → คลื่นสี่เหลี่ยมสองระดับ · หรี่ทางเข้า (Modulation) → กระแสไล่ขึ้นลงแบบต่อเนื่อง · อินเวอร์เตอร์ (VSD) → กระแสเดินตามความเร็วรอบ และ ตำแหน่งที่คล้อง CT ก่อนหรือหลังไดรฟ์ เปลี่ยนสิ่งที่รีเลย์เห็นทั้งหมด
จุดตันสองจุดในเครื่องเดียว ที่ให้กระแสคนละทิศ
นี่คือส่วนที่มีค่าที่สุดของบทความนี้ และเป็นเหตุผลที่ห้ามใช้กระแสตัดสินว่า “ตันตรงไหน”
ไส้กรองแยกน้ำมันตัน คือทางส่งตันอยู่ข้างในเครื่อง แอร์เอนด์ต้องอัดขึ้นไปถึงความดันไลน์ บวกกับ ΔP ที่คร่อมไส้กรอง กระแสจึงสูงขึ้น — ทั้งที่ เกจความดันในไลน์อ่านได้ปกติทุกประการ
กรองอากาศขาเข้าตัน ทำตรงข้าม การหรี่ทางเข้าทำให้มวลอากาศต่อรอบลดลง กระแสจึง ลดลงเล็กน้อย ซึ่งเป็นหลักการเดียวกับที่ใช้ควบคุมกำลังผลิตแบบหรี่ทางเข้าโดยตั้งใจ
| ไส้กรองแยกตัน | กรองอากาศขาเข้าตัน | |
|---|---|---|
| กระแส | สูงขึ้น | ลดลงเล็กน้อย |
| เกจความดันในไลน์ | ปกติ | ปกติหรือต่ำลง |
| ΔP คร่อมไส้กรองแยก | สูงขึ้นชัดเจน | ปกติ |
| สุญญากาศที่กรองขาเข้า | ปกติ | สูงขึ้น |
| ลมที่ได้ต่อชั่วโมง | ลดลง | ลดลง |
ค่าที่เปลี่ยนอยู่ระดับไม่กี่เปอร์เซ็นต์ ซึ่งจมอยู่ในความแปรปรวนปกติของภาระ ตั้งไวพอจะจับได้ ก็จะทริปมั่วตลอดวัน ตัวที่ถูกคือเกจสุญญากาศหรือสวิตช์ ΔP ที่กรองขาเข้า ซึ่งราคาไม่กี่ร้อยบาท
อาการเสียที่พบหน้างาน
| อาการเสีย | กระแสเป็นอย่างไร | อาการหน้างาน | ตรวจจับด้วย |
|---|---|---|---|
| ทางส่งปิดหรืออุดตัน | กระแส สูงขึ้นตามความดันด้านส่ง และ ไม่มีจุดสูงสุดในตัวเอง ต่างจากปั๊มที่กราฟกำลังมีเพดาน | ความดันขึ้นเร็วผิดปกติ วาล์วนิรภัยระบาย เสียงและอุณหภูมิด้านส่งเปลี่ยนชัดเจน | Interlock จากเซนเซอร์ภายนอกOverload (โหลดเกิน) |
| ไส้กรองแยกน้ำมันตัน (Separator ΔP) | กระแส สูงขึ้น ทั้งที่เกจความดันในไลน์อ่านได้ปกติ เพราะแอร์เอนด์ต้องอัดสูงกว่าไลน์เท่ากับ ΔP ที่คร่อมไส้กรอง | ค่าไฟต่อลมที่ผลิตได้สูงขึ้นเรื่อย ๆ อุณหภูมิสูงขึ้น อาจมีน้ำมันหลุดไปกับลม | Overload (โหลดเกิน)Interlock จากเซนเซอร์ภายนอก |
| กรองอากาศขาเข้าตัน | กระแส ลดลงเล็กน้อย เพราะอากาศขาเข้าถูกหรี่ มวลอากาศต่อรอบจึงลดลง | ลมที่ได้ต่อชั่วโมงลดลง เวลาเติมถังนานขึ้น สุญญากาศที่ด้านหน้ากรองสูงขึ้น | Interlock จากเซนเซอร์ภายนอก |
| สตาร์ตขณะยังมีความดันค้าง (Blowdown ไม่ทำงาน) | กระแสสตาร์ตสูงค้างนานกว่าปกติมาก บางครั้งไม่เร่งขึ้นจนเข้าเขตมอเตอร์ค้าง | สตาร์ตแล้วครางแต่ไม่ขึ้นรอบ มักเกิดเมื่อสั่งเดินใหม่เร็วเกินไปหลังเพิ่งหยุด | Start Delay / D-TimeStall / Locked Rotor (มอเตอร์ค้าง) |
| คัปปลิ้งหรือสายพานขับขาด | กระแสตกลงสู่ระดับเดินตัวเปล่าและค้างอยู่ | มอเตอร์หมุนแต่ไม่มีลมออก ความดันในถังไม่ขึ้น | Undercurrent / Underload (กระแสต่ำ) |
| ระบายความร้อนไม่พอ (คูลเลอร์ตัน น้ำมันต่ำ ห้องอับ) | กระแส แทบไม่เปลี่ยน ความเสียหายเดินไปทางอุณหภูมิ ไม่ใช่ทางกระแส | อุณหภูมิด้านส่งสูงขึ้น เครื่องตัดตัวเองด้วยเทอร์โมสตัท น้ำมันเสื่อมเร็ว | Interlock จากเซนเซอร์ภายนอก |
- ทางส่งปิดหรืออุดตัน — รีเลย์กระแสไม่ใช่อุปกรณ์นิรภัยด้านความดัน ด่านหลักคือวาล์วนิรภัยกับสวิตช์ความดัน และเมื่อวาล์วนิรภัยระบายเป็นจังหวะ กระแสจะขึ้น–ลงสลับจนอาจไม่ค้างสูงนานพอให้รีเลย์ทริปเลย
- ไส้กรองแยกน้ำมันตัน (Separator ΔP) — เป็น “ทางส่งตันอยู่ข้างในเครื่อง” — ช่างดูเกจไลน์แล้วสรุปว่าปกติ ตัวชี้ขาดคือเกจ ΔP คร่อมไส้กรองแยก ไม่ใช่เกจไลน์
- กรองอากาศขาเข้าตัน — ทิศทางตรงข้ามกับไส้กรองแยกตัน — จุดตันสองจุดในเครื่องเดียวกันให้กระแสคนละทาง และค่าที่เปลี่ยนอยู่ระดับไม่กี่เปอร์เซ็นต์ ซึ่งจมอยู่ในความแปรปรวนปกติ จึงห้ามตั้ง Undercurrent เพื่อหวังจับอาการนี้
- สตาร์ตขณะยังมีความดันค้าง (Blowdown ไม่ทำงาน) — อย่าแก้ด้วยการยืด D-Time เครื่องสกรูออกแบบให้สตาร์ตขณะไม่มีภาระ ถ้าเวลาเร่งยาวขึ้นแปลว่าวาล์วระบายความดันค้างหรือเวลาหยุดขั้นต่ำยังไม่ครบ
- คัปปลิ้งหรือสายพานขับขาด — การควบคุมแบบโหลด–อันโหลดทำให้แยกไม่ออก เพราะตอนอันโหลดกระแสก็ตกลงอยู่แล้ว ต้องอินฮิบิต Undercurrent ขณะอันโหลด หรือตั้งต่ำกว่ากระแสตอนอันโหลดแล้วยอมรับว่ามองไม่เห็นช่วงนั้น
- ระบายความร้อนไม่พอ (คูลเลอร์ตัน น้ำมันต่ำ ห้องอับ) — รีเลย์กระแสไม่มีทางเห็นอาการนี้เลย สวิตช์อุณหภูมิของตัวเครื่องคือด่านเดียว และห้าม bypass เพื่อให้เดินต่อ
ฟังก์ชันป้องกันที่ต้องมี
เครื่องอัดอากาศแบบสกรู — ลักษณะโหลด Positive Displacement · อัตราการไหลผูกกับความเร็วโดยตรง ไม่ขึ้นกับความดันปลายทาง
ความเสี่ยงหลัก: เดินขณะทางส่งปิดหรืออุดตัน (Deadhead), ความดันเกินพิกัด
จำเป็น
- Overload (โหลดเกิน) — ตัดวงจรเมื่อกระแสสูงกว่าค่าที่ตั้งไว้นานเกินเวลาหน่วง · ดูรุ่น · ดูรุ่น · ดูรุ่น
- Phase Loss (ขาดเฟส) — ตัดเมื่อเฟสใดเฟสหนึ่งหายไป ก่อนอีกสองเฟสรับภาระแทนจนไหม้ · ดูรุ่น · ดูรุ่น · ดูรุ่น
- Start Delay / D-Time — ไม่นับกระแสช่วงสตาร์ตเป็นโหลดเกิน จนพ้นเวลาเร่ง · ดูรุ่น · ดูรุ่น
- Interlock จากเซนเซอร์ภายนอก — อาการที่กระแสมอเตอร์มองไม่เห็น ต้องใช้เซนเซอร์ภายนอก เช่น สวิตช์ระดับน้ำ ความดัน การไหล หรือความเร็วสายพาน ต่อพ่วงเข้าวงจรควบคุม
แนะนำ
ใช้เฉพาะบางระบบ
- Undercurrent / Underload (กระแสต่ำ) — ตัดเมื่อกระแสต่ำกว่าค่าที่ตั้ง — โหลดหายไปทั้งที่มอเตอร์ยังหมุน (ต้องจับคัปปลิ้งหรือสายพานขาด และตั้งได้ต่ำกว่ากระแสตอนอันโหลดจริง หรืออินฮิบิตขณะอันโหลดได้) · ดูรุ่น · ดูรุ่น
- Start Count / Duty Cycle — จำกัดจำนวนครั้งที่สตาร์ตต่อชั่วโมง ป้องกันความร้อนสะสม (ควบคุมแบบสตาร์ต–หยุด หรือสั่งเดินเองหลังไฟดับ — จำกัดตามจำนวนครั้งต่อชั่วโมงและเวลาหยุดขั้นต่ำที่คู่มือกำหนด) · ดูรุ่น · ดูรุ่น
- Ground Fault (ไฟรั่วลงดิน) — ตรวจผลรวมกระแสสามเฟสผ่าน ZCT — ไม่เป็นศูนย์คือมีกระแสรั่วลงดิน (ติดตั้งกลางแจ้ง ในห้องชื้น หรือมอเตอร์ที่เคยพันใหม่) · ดูรุ่น · ดูรุ่น
เลือกฟังก์ชันป้องกันตามลักษณะโหลดก่อนเลือกรุ่นรีเลย์ — ไม่ควรเลือกรุ่นจากช่วงกระแสอย่างเดียว
ตั้งค่าจริงอย่างไร
Overload (OC)
ตั้งที่ กระแสพิกัดบน Nameplate ของมอเตอร์ ไม่ใช่ค่าที่วัดได้ตอนเดิน ซึ่งบนเครื่องอัดอากาศ มีกับดักเพิ่มอีกชั้น เพราะถ้าไปวัดตอนอันโหลดจะได้ค่าต่ำมาก และถ้าตั้งจากค่านั้นรีเลย์จะทริปทันที ที่เครื่องเข้าโหลด
ถ้าใช้สตาร์ต-เดลตา และวาง CT ในกิ่งเดลตา ต้องตั้งที่ FLA × 0.58 — ดูเครื่องคำนวณกระแสสตาร์-เดลตา
อีกข้อที่มักถูกลืม: เครื่องสำเร็จรูปหลายรุ่นมีอุปกรณ์ป้องกันมอเตอร์ของตัวเองมาในตู้อยู่แล้ว ให้ดูว่าจะใช้ตัวไหนเป็นตัวหลักก่อนจะซ้อนอีกตัวเข้าไป
D-Time
จับเวลาสตาร์ตจริง ขณะเครื่องไม่มีภาระ ซึ่งเป็นสภาพที่เครื่องสกรูออกแบบมาให้สตาร์ต ค่าปกติจึงสั้น ถ้าเวลาเร่งยาวขึ้นเรื่อย ๆ อย่าแก้ด้วยการยืด D-Time — มันคือสัญญาณว่า วาล์วระบายความดันค้าง หรือสั่งเดินใหม่เร็วเกินกว่าเวลาหยุดขั้นต่ำที่คู่มือกำหนด
Undercurrent (UC) — ฟังก์ชันที่ตั้งแบบมักง่ายไม่ได้
บนเครื่องที่ควบคุมแบบโหลด–อันโหลด มีทางเลือกที่ซื่อสัตย์อยู่สามทาง เลือกหนึ่งทางและรู้ว่าแลกอะไร
- อินฮิบิต UC ขณะอันโหลด โดยรับสัญญาณจากโซลินอยด์วาล์วอันโหลด — ดีที่สุด แต่ต้องเดินสาย ควบคุมเพิ่ม
- ตั้ง UC ต่ำกว่ากระแสตอนอันโหลด — ง่ายที่สุด แต่ยอมรับว่ามองไม่เห็นคัปปลิ้งขาดในช่วงอันโหลด
- ไม่ติด UC เลย แล้วใช้สวิตช์ความดันหรือมาตรวัดลมเป็นตัวบอกว่าเครื่องไม่ผลิตลม
การตั้ง UC ไว้กลาง ๆ ระหว่างระดับโหลดกับอันโหลด จะทริปทุกครั้งที่เครื่องอันโหลด แล้วจบลงด้วยการปิดฟังก์ชันทิ้ง ซึ่งแย่กว่าการเลือกข้อ 2 หรือ 3 ตั้งแต่ต้น
Stall / Locked Rotor
ตั้งให้ทำงานหลังพ้น D-Time เพื่อจับแอร์เอนด์ฝืดหรือติดจากน้ำมันแห้ง ซึ่งเป็นความเสียหายที่แพงที่สุด ของเครื่องชนิดนี้
Ground Fault และ Start Count
Ground Fault ใส่เมื่อเครื่องอยู่กลางแจ้ง ในห้องชื้น หรือมอเตอร์เคยพันใหม่ — ดูวิธีเลือก ZCT
Start Count ใส่เมื่อเครื่องถูกสั่งเดิน–หยุดตามความดัน หรือสั่งเดินเองหลังไฟดับ ให้ตั้งตาม จำนวนครั้งต่อชั่วโมงและเวลาหยุดขั้นต่ำที่คู่มือเครื่องกำหนด ไม่ใช่ตัวเลขทั่วไป
สิ่งที่รีเลย์กระแสไม่มีวันเห็น
อุณหภูมิด้านส่ง ระดับและคุณภาพน้ำมัน ΔP ของไส้กรองแยก และคูลเลอร์ตัน — ทั้งหมดนี้ ไม่ปรากฏในกระแสอย่างมีนัยสำคัญ เครื่องสำเร็จรูปมีสวิตช์เหล่านี้มาให้อยู่แล้ว งานของผู้ติดตั้งคือต่ออินเตอร์ล็อกเข้าวงจรควบคุมให้ครบ และ ห้าม bypass เพื่อให้เดินต่อ ซึ่งเป็นสาเหตุของแอร์เอนด์พังที่พบบ่อยที่สุด
สรุปเป็นลำดับการตั้งค่า
- ยืนยันว่าเป็นเครื่อง Positive Displacement และรู้ว่าควบคุมกำลังผลิตแบบไหน (โหลด–อันโหลด / หรี่ทางเข้า / VSD)
- ตั้ง OC = FLA จาก Nameplate (×0.58 ถ้า CT อยู่ในกิ่งเดลตา) — ห้ามตั้งจากค่าที่วัดตอนอันโหลด
- จับเวลาสตาร์ตขณะไม่มีภาระ → ตั้ง D-Time ให้ยาวกว่าเล็กน้อย
- เปิด Stall หลังพ้น D-Time
- ตัดสินใจเรื่อง UC ให้ชัดตั้งแต่ต้น — อินฮิบิตขณะอันโหลด ตั้งต่ำกว่าระดับอันโหลด หรือไม่ติด
- ตั้ง Phase Loss + Unbalance ไว้เสมอ
- ต่อ สวิตช์ความดัน อุณหภูมิ และ ΔP ของไส้กรองแยก เข้าอินเตอร์ล็อก — วาล์วนิรภัยคือด่านความปลอดภัย ไม่ใช่รีเลย์
ตั้งรีเลย์ให้ตรงกับระบบควบคุมของเครื่อง
ส่ง Nameplate มอเตอร์ ยี่ห้อ/รุ่นเครื่องอัดอากาศ และบอกว่าควบคุมแบบโหลด–อันโหลด หรี่ทางเข้า หรือ VSD มาทาง LINE ทีมวิศวกรจะช่วยดูว่าตั้ง Undercurrent ได้หรือควรใช้สวิตช์ความดันแทน
ให้ทีมวิศวกร SAV ช่วยเลือกรุ่น
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ปิดวาล์วทางส่งของเครื่องอัดอากาศ กระแสขึ้นหรือลง?
ขึ้น และเป็นจุดที่ต่างจากปั๊มหอยโข่งอย่างสิ้นเชิง ปั๊มหอยโข่งปิดปลายทางแล้วกระแสลดลงเพราะไม่มีการไหลจึงไม่มีงาน แต่เครื่องอัดอากาศดันปริมาตรคงที่ออกทุกรอบ ปิดทางส่งจึงไม่ได้หยุดการไหล แต่ทำให้ความดันสูงขึ้น และกำลังเดินตามอัตราส่วนความดัน ที่สำคัญคือมันไม่มีเพดานในตัวเองแบบกราฟปั๊ม ต้องมีวาล์วนิรภัยและสวิตช์ความดันเป็นตัวหยุด
ตั้ง Undercurrent กับเครื่องอัดอากาศแบบสกรูได้ไหม?
ได้ยาก เพราะการควบคุมแบบโหลด–อันโหลดทำให้กระแสสลับระหว่างสองระดับตลอดเวลา และระดับตอนอันโหลดแทบแยกไม่ออกจากคัปปลิ้งหรือสายพานขับขาด ทางออกที่ซื่อสัตย์มีสามทางเท่านั้น อินฮิบิต Undercurrent ขณะโซลินอยด์อันโหลดทำงาน ตั้งค่าต่ำกว่ากระแสตอนอันโหลดแล้วยอมรับว่ามองไม่เห็นช่วงนั้น หรือไม่ติดฟังก์ชันนี้เลย
ไส้กรองแยกน้ำมันตัน ดูจากกระแสได้ไหม?
ได้ และเป็นอาการที่หลอกคนมากที่สุด เพราะกระแสสูงขึ้นทั้งที่เกจความดันในไลน์อ่านได้ปกติ เหตุผลคือแอร์เอนด์ต้องอัดขึ้นไปถึงความดันไลน์บวกกับ ΔP ที่คร่อมไส้กรองแยก จึงเหมือนมีทางส่งตันอยู่ข้างในเครื่อง ตัวชี้ขาดคือเกจ ΔP คร่อมไส้กรองแยก ไม่ใช่เกจไลน์
กรองอากาศขาเข้าตัน กระแสจะขึ้นหรือลง?
ลง ตรงข้ามกับไส้กรองแยกตัน เพราะการหรี่อากาศขาเข้าทำให้มวลอากาศต่อรอบลดลง ซึ่งเป็นหลักการเดียวกับการควบคุมกำลังผลิตแบบหรี่ทางเข้า จุดสำคัญคือค่าที่เปลี่ยนอยู่ระดับไม่กี่เปอร์เซ็นต์ จมอยู่ในความแปรปรวนปกติ จึงห้ามตั้ง Undercurrent เพื่อหวังจับอาการนี้
เครื่องอัดอากาศที่ขับด้วยอินเวอร์เตอร์ (VSD) ตั้งค่าต่างกันไหม?
ต่างมาก เพราะกระแสเดินตามความเร็วรอบ ค่ากระแสเดียวจึงครอบคลุมทั้งช่วงไม่ได้ และตำแหน่งที่คล้อง CT ก่อนหรือหลังอินเวอร์เตอร์เปลี่ยนสิ่งที่รีเลย์เห็นทั้งหมด กรณีนี้ต้องยึดการป้องกันที่มากับตัวไดรฟ์เป็นหลัก และใช้รีเลย์ภายนอกเสริมเฉพาะสิ่งที่ไดรฟ์ไม่ได้ทำ
แหล่งอ้างอิง
- ISO 1217:2009 (Ed. 4) + Amd 1:2016 — Displacement compressors — Acceptance tests — วิธีวัดปริมาณลมที่ผลิตได้และกำลังที่ใช้ ซึ่งเป็นฐานของการพูดถึงกำลังเทียบกับความดันทั้งหมดในบทความนี้ (ฉบับ 1975 และ 1996 ถูกยกเลิกแล้ว)
- ISO 12100:2010 — Safety of machinery: General principles for design — Risk assessment and risk reduction — หลักการเลือกมาตรการความปลอดภัย — ใช้อธิบายว่าเหตุใดวาล์วนิรภัยกับสวิตช์ความดันจึงเป็นด่านหลัก ไม่ใช่รีเลย์กระแส
- IEC 60947-4-1:2023 (Ed. 5.0, corrected version 2026-03) — Contactors and motor-starters — Trip Class ของอุปกรณ์ป้องกันโหลดเกิน
- IEC 60034-1 (Ed. 15.0, 2026) — Rotating electrical machines: Rating and performance — พิกัดและชนิดภาระ (Duty types) ของมอเตอร์ — ค้นด้วยเลขมาตรฐานที่ IEC Webstore
- มาตรฐานการติดตั้งทางไฟฟ้าสำหรับประเทศไทย วสท. 022001-22 (พ.ศ. 2564) — ข้อกำหนดการติดตั้งวงจรมอเตอร์และการป้องกัน
เนื้อหานี้เป็นข้อมูลเชิงเทคนิคเพื่อการศึกษาและการเลือกอุปกรณ์เบื้องต้น ค่าที่คำนวณเป็น “ค่าประมาณ” การออกแบบและติดตั้งจริงต้องตรวจสอบกับข้อมูลบน Nameplate มาตรฐานฉบับปัจจุบัน และวิศวกรผู้มีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ SAV ไม่รับผิดชอบต่อการนำไปใช้นอกบริบท