ลักษณะโหลด

ป้องกันมอเตอร์เครื่องอัดอากาศแบบสกรู: กระแสเดินตามความดัน ไม่ใช่ตามปริมาณลม

เขียนโดย: ทีมวิศวกรรม SAV Automationอ้างอิง: ลักษณะโหลดแบบ Positive Displacement และการวัดสมรรถนะตาม ISO 1217 ส่วนหลักการอุปกรณ์นิรภัยอ้าง ISO 12100 (ดูแหล่งอ้างอิงด้านล่าง)ปรับปรุงล่าสุด: 2 สิงหาคม 2569
คำตอบโดยสรุป

เครื่องอัดอากาศแบบสกรูเป็นโหลด Positive Displacement ปริมาตรที่ดันออกต่อรอบคงที่ ปิดทางส่งจึงไม่ได้ทำให้การไหลลดลงแบบปั๊ม แต่ทำให้ความดันสูงขึ้น และกำลังเดินตามอัตราส่วนความดัน ผลคือกระแสสูงขึ้นเรื่อย ๆ โดยไม่มีเพดานในตัวเอง มีแต่วาล์วนิรภัยเท่านั้นที่หยุดมันได้ รีเลย์กระแสจึงไม่ใช่อุปกรณ์นิรภัยด้านความดัน สองเรื่องที่ทำให้ตั้งค่ายาก คือการควบคุมแบบโหลด–อันโหลดที่ทำให้กระแสเป็นคลื่นสี่เหลี่ยมจนแยกจากคัปปลิ้งขาดไม่ได้ และจุดตันสองจุดในเครื่องเดียวที่ให้กระแสคนละทิศ

เครื่องอัดอากาศเป็นมอเตอร์ตัวที่เดินยาวที่สุดในโรงงานส่วนใหญ่ และเป็นโหลดที่ ทิศทางของกระแส ตรงข้ามกับปั๊มหอยโข่งที่คนคุ้นเคยที่สุด ใครที่ย้ายความเข้าใจเรื่องปั๊มมาใช้กับเครื่องอัดอากาศตรง ๆ จะตั้งค่าผิดด้านทั้งชุด

ทำไมกระแสเดินตามความดัน ไม่ใช่ตามปริมาณลม

ปั๊มเคลื่อนย้ายของเหลวที่อัดตัวไม่ได้ กำลังไฮดรอลิกจึงเป็น ρgQH — เมื่อ Q เป็นศูนย์ กำลังก็หายไป เครื่องอัดอากาศแบบ Positive Displacement ทำงานคนละแบบ ปริมาตรที่ถูกดันออกต่อหนึ่งรอบเป็นค่าคงที่ ทางกล ปิดทางส่งจึงไม่ได้ทำให้การไหลหยุด แต่ทำให้ความดันสูงขึ้น และกำลังที่ใช้เดินตามอัตราส่วนความดัน

⚠️ ความต่างที่ต้องจำ: เรื่องเพดาน

ปั๊มมี จุด Shut-off บนกราฟ ซึ่งเป็นเพดานตามธรรมชาติ ไม่ว่าจะปิดปลายทางแค่ไหน กำลังก็ไปหยุดที่ค่านั้น

เครื่องอัดอากาศ ไม่มีเพดานในตัวเอง ความดันขึ้นได้เรื่อย ๆ จนกว่าจะมีอะไรมาหยุด สิ่งที่หยุดมันคือวาล์วนิรภัยกับสวิตช์ความดัน — ไม่ใช่รีเลย์ป้องกันมอเตอร์

เปรียบเทียบทั้งสามแบบให้เห็นพร้อมกัน

เครื่องปิดปลายทางแล้วกระแสเพดานของกำลัง
ปั๊มหอยโข่ง (Radial)ลดลงจุด Shut-off บนกราฟ
ปั๊มแนวแกน (Axial)เพิ่มขึ้นจุด Shut-off — มีเพดาน
เครื่องอัดอากาศ PDเพิ่มขึ้นไม่มีเพดานในตัวเอง

นี่คือเหตุผลที่ อินเตอร์ล็อกจากเซนเซอร์ภายนอกอยู่ในชั้น “จำเป็น” ของเครื่องอัดอากาศ ในขณะที่บนปั๊มมันเป็นเพียงตัวเลือกตามระบบ

โหลด–อันโหลด: กระแสเป็นคลื่นสี่เหลี่ยม ไม่ใช่เส้นตรง

เครื่องสกรูส่วนใหญ่ควบคุมกำลังผลิตด้วยการปิดวาล์วทางเข้าและระบายความดันในถังน้ำมันออก เรียกว่าอันโหลด มอเตอร์ยังหมุนอยู่แต่แทบไม่ได้อัดอะไร ผลที่รีเลย์เห็นคือ กระแสสลับระหว่างสองระดับ ตลอดกะ ไม่ใช่เส้นนิ่ง ๆ

ระดับตอนอันโหลดต่ำกว่าตอนโหลดมาก — ตัวเลขที่มักอ้างกันคือราวหนึ่งในสามถึงหนึ่งในสี่ของกำลังตอนโหลด แต่ให้ถือเป็น ค่าที่ต้องวัดจากเครื่องตัวเอง ไม่ใช่กฎ

ผลตามมามีสามข้อ

  1. Undercurrent ตั้งแบบตรงไปตรงมาไม่ได้ เพราะตอนอันโหลดกระแสก็ตกอยู่แล้ว ซึ่งหน้าตาเหมือน คัปปลิ้งหรือสายพานขับขาดทุกประการ
  2. Overload ยังใช้ได้ตามปกติ แบบจำลองความร้อนรับภาระเป็นช่วง ๆ ได้อยู่แล้ว และกฎประจำบ้าน (ตั้ง OC จาก Nameplate ไม่ใช่จากค่าที่วัดได้) ก็กันไม่ให้ไปตั้งจากระดับอันโหลดอยู่แล้ว
  3. สัดส่วนเวลาโหลดต่อเวลาอันโหลดคือข้อมูลที่มีค่าเงิน เครื่องที่อันโหลดน้อยแปลว่าระบบรั่วมาก หรือเครื่องเล็กเกินงาน ส่วนเครื่องที่อันโหลดเกือบตลอดแปลว่าซื้อใหญ่เกินความจำเป็น ข้อนี้เป็นการใช้ค่ากระแสที่ไม่ได้จบด้วยการทริป
ℹ️ ระบบควบคุมสามแบบให้กระแสคนละหน้าตา

โหลด–อันโหลด → คลื่นสี่เหลี่ยมสองระดับ · หรี่ทางเข้า (Modulation) → กระแสไล่ขึ้นลงแบบต่อเนื่อง · อินเวอร์เตอร์ (VSD) → กระแสเดินตามความเร็วรอบ และ ตำแหน่งที่คล้อง CT ก่อนหรือหลังไดรฟ์ เปลี่ยนสิ่งที่รีเลย์เห็นทั้งหมด

จุดตันสองจุดในเครื่องเดียว ที่ให้กระแสคนละทิศ

นี่คือส่วนที่มีค่าที่สุดของบทความนี้ และเป็นเหตุผลที่ห้ามใช้กระแสตัดสินว่า “ตันตรงไหน”

ไส้กรองแยกน้ำมันตัน คือทางส่งตันอยู่ข้างในเครื่อง แอร์เอนด์ต้องอัดขึ้นไปถึงความดันไลน์ บวกกับ ΔP ที่คร่อมไส้กรอง กระแสจึงสูงขึ้น — ทั้งที่ เกจความดันในไลน์อ่านได้ปกติทุกประการ

กรองอากาศขาเข้าตัน ทำตรงข้าม การหรี่ทางเข้าทำให้มวลอากาศต่อรอบลดลง กระแสจึง ลดลงเล็กน้อย ซึ่งเป็นหลักการเดียวกับที่ใช้ควบคุมกำลังผลิตแบบหรี่ทางเข้าโดยตั้งใจ

ไส้กรองแยกตันกรองอากาศขาเข้าตัน
กระแสสูงขึ้นลดลงเล็กน้อย
เกจความดันในไลน์ปกติปกติหรือต่ำลง
ΔP คร่อมไส้กรองแยกสูงขึ้นชัดเจนปกติ
สุญญากาศที่กรองขาเข้าปกติสูงขึ้น
ลมที่ได้ต่อชั่วโมงลดลงลดลง
⚠️ อย่าตั้ง Undercurrent เพื่อจับกรองขาเข้าตัน

ค่าที่เปลี่ยนอยู่ระดับไม่กี่เปอร์เซ็นต์ ซึ่งจมอยู่ในความแปรปรวนปกติของภาระ ตั้งไวพอจะจับได้ ก็จะทริปมั่วตลอดวัน ตัวที่ถูกคือเกจสุญญากาศหรือสวิตช์ ΔP ที่กรองขาเข้า ซึ่งราคาไม่กี่ร้อยบาท

อาการเสียที่พบหน้างาน

อาการเสียกระแสเป็นอย่างไรอาการหน้างานตรวจจับด้วย
ทางส่งปิดหรืออุดตันกระแส สูงขึ้นตามความดันด้านส่ง และ ไม่มีจุดสูงสุดในตัวเอง ต่างจากปั๊มที่กราฟกำลังมีเพดานความดันขึ้นเร็วผิดปกติ วาล์วนิรภัยระบาย เสียงและอุณหภูมิด้านส่งเปลี่ยนชัดเจนInterlock จากเซนเซอร์ภายนอกOverload (โหลดเกิน)
ไส้กรองแยกน้ำมันตัน (Separator ΔP)กระแส สูงขึ้น ทั้งที่เกจความดันในไลน์อ่านได้ปกติ เพราะแอร์เอนด์ต้องอัดสูงกว่าไลน์เท่ากับ ΔP ที่คร่อมไส้กรองค่าไฟต่อลมที่ผลิตได้สูงขึ้นเรื่อย ๆ อุณหภูมิสูงขึ้น อาจมีน้ำมันหลุดไปกับลมOverload (โหลดเกิน)Interlock จากเซนเซอร์ภายนอก
กรองอากาศขาเข้าตันกระแส ลดลงเล็กน้อย เพราะอากาศขาเข้าถูกหรี่ มวลอากาศต่อรอบจึงลดลงลมที่ได้ต่อชั่วโมงลดลง เวลาเติมถังนานขึ้น สุญญากาศที่ด้านหน้ากรองสูงขึ้นInterlock จากเซนเซอร์ภายนอก
สตาร์ตขณะยังมีความดันค้าง (Blowdown ไม่ทำงาน)กระแสสตาร์ตสูงค้างนานกว่าปกติมาก บางครั้งไม่เร่งขึ้นจนเข้าเขตมอเตอร์ค้างสตาร์ตแล้วครางแต่ไม่ขึ้นรอบ มักเกิดเมื่อสั่งเดินใหม่เร็วเกินไปหลังเพิ่งหยุดStart Delay / D-TimeStall / Locked Rotor (มอเตอร์ค้าง)
คัปปลิ้งหรือสายพานขับขาดกระแสตกลงสู่ระดับเดินตัวเปล่าและค้างอยู่มอเตอร์หมุนแต่ไม่มีลมออก ความดันในถังไม่ขึ้นUndercurrent / Underload (กระแสต่ำ)
ระบายความร้อนไม่พอ (คูลเลอร์ตัน น้ำมันต่ำ ห้องอับ)กระแส แทบไม่เปลี่ยน ความเสียหายเดินไปทางอุณหภูมิ ไม่ใช่ทางกระแสอุณหภูมิด้านส่งสูงขึ้น เครื่องตัดตัวเองด้วยเทอร์โมสตัท น้ำมันเสื่อมเร็วInterlock จากเซนเซอร์ภายนอก
⚠️ ข้อควรระวังในการอ่านกระแส
  • ทางส่งปิดหรืออุดตันรีเลย์กระแสไม่ใช่อุปกรณ์นิรภัยด้านความดัน ด่านหลักคือวาล์วนิรภัยกับสวิตช์ความดัน และเมื่อวาล์วนิรภัยระบายเป็นจังหวะ กระแสจะขึ้น–ลงสลับจนอาจไม่ค้างสูงนานพอให้รีเลย์ทริปเลย
  • ไส้กรองแยกน้ำมันตัน (Separator ΔP)เป็น “ทางส่งตันอยู่ข้างในเครื่อง” — ช่างดูเกจไลน์แล้วสรุปว่าปกติ ตัวชี้ขาดคือเกจ ΔP คร่อมไส้กรองแยก ไม่ใช่เกจไลน์
  • กรองอากาศขาเข้าตันทิศทางตรงข้ามกับไส้กรองแยกตัน — จุดตันสองจุดในเครื่องเดียวกันให้กระแสคนละทาง และค่าที่เปลี่ยนอยู่ระดับไม่กี่เปอร์เซ็นต์ ซึ่งจมอยู่ในความแปรปรวนปกติ จึงห้ามตั้ง Undercurrent เพื่อหวังจับอาการนี้
  • สตาร์ตขณะยังมีความดันค้าง (Blowdown ไม่ทำงาน)อย่าแก้ด้วยการยืด D-Time เครื่องสกรูออกแบบให้สตาร์ตขณะไม่มีภาระ ถ้าเวลาเร่งยาวขึ้นแปลว่าวาล์วระบายความดันค้างหรือเวลาหยุดขั้นต่ำยังไม่ครบ
  • คัปปลิ้งหรือสายพานขับขาดการควบคุมแบบโหลด–อันโหลดทำให้แยกไม่ออก เพราะตอนอันโหลดกระแสก็ตกลงอยู่แล้ว ต้องอินฮิบิต Undercurrent ขณะอันโหลด หรือตั้งต่ำกว่ากระแสตอนอันโหลดแล้วยอมรับว่ามองไม่เห็นช่วงนั้น
  • ระบายความร้อนไม่พอ (คูลเลอร์ตัน น้ำมันต่ำ ห้องอับ)รีเลย์กระแสไม่มีทางเห็นอาการนี้เลย สวิตช์อุณหภูมิของตัวเครื่องคือด่านเดียว และห้าม bypass เพื่อให้เดินต่อ

ฟังก์ชันป้องกันที่ต้องมี

เครื่องอัดอากาศแบบสกรู — ลักษณะโหลด Positive Displacement · อัตราการไหลผูกกับความเร็วโดยตรง ไม่ขึ้นกับความดันปลายทาง

ความเสี่ยงหลัก: เดินขณะทางส่งปิดหรืออุดตัน (Deadhead), ความดันเกินพิกัด

จำเป็น

  • Overload (โหลดเกิน)ตัดวงจรเมื่อกระแสสูงกว่าค่าที่ตั้งไว้นานเกินเวลาหน่วง · ดูรุ่น · ดูรุ่น · ดูรุ่น
  • Phase Loss (ขาดเฟส)ตัดเมื่อเฟสใดเฟสหนึ่งหายไป ก่อนอีกสองเฟสรับภาระแทนจนไหม้ · ดูรุ่น · ดูรุ่น · ดูรุ่น
  • Start Delay / D-Timeไม่นับกระแสช่วงสตาร์ตเป็นโหลดเกิน จนพ้นเวลาเร่ง · ดูรุ่น · ดูรุ่น
  • Interlock จากเซนเซอร์ภายนอกอาการที่กระแสมอเตอร์มองไม่เห็น ต้องใช้เซนเซอร์ภายนอก เช่น สวิตช์ระดับน้ำ ความดัน การไหล หรือความเร็วสายพาน ต่อพ่วงเข้าวงจรควบคุม

แนะนำ

  • Current Unbalance (กระแสไม่สมดุล)ตัดเมื่อส่วนต่างระหว่างเฟสสูงสุดกับต่ำสุดเกินค่าที่ตั้ง · ดูรุ่น · ดูรุ่น
  • Stall / Locked Rotor (มอเตอร์ค้าง)ตัดเร็วเมื่อกระแสค้างสูงมากขณะที่มอเตอร์ควรหมุนแล้ว · ดูรุ่น · ดูรุ่น

ใช้เฉพาะบางระบบ

  • Undercurrent / Underload (กระแสต่ำ)ตัดเมื่อกระแสต่ำกว่าค่าที่ตั้ง — โหลดหายไปทั้งที่มอเตอร์ยังหมุน (ต้องจับคัปปลิ้งหรือสายพานขาด และตั้งได้ต่ำกว่ากระแสตอนอันโหลดจริง หรืออินฮิบิตขณะอันโหลดได้) · ดูรุ่น · ดูรุ่น
  • Start Count / Duty Cycleจำกัดจำนวนครั้งที่สตาร์ตต่อชั่วโมง ป้องกันความร้อนสะสม (ควบคุมแบบสตาร์ต–หยุด หรือสั่งเดินเองหลังไฟดับ — จำกัดตามจำนวนครั้งต่อชั่วโมงและเวลาหยุดขั้นต่ำที่คู่มือกำหนด) · ดูรุ่น · ดูรุ่น
  • Ground Fault (ไฟรั่วลงดิน)ตรวจผลรวมกระแสสามเฟสผ่าน ZCT — ไม่เป็นศูนย์คือมีกระแสรั่วลงดิน (ติดตั้งกลางแจ้ง ในห้องชื้น หรือมอเตอร์ที่เคยพันใหม่) · ดูรุ่น · ดูรุ่น

เลือกฟังก์ชันป้องกันตามลักษณะโหลดก่อนเลือกรุ่นรีเลย์ — ไม่ควรเลือกรุ่นจากช่วงกระแสอย่างเดียว

ตั้งค่าจริงอย่างไร

Overload (OC)

ตั้งที่ กระแสพิกัดบน Nameplate ของมอเตอร์ ไม่ใช่ค่าที่วัดได้ตอนเดิน ซึ่งบนเครื่องอัดอากาศ มีกับดักเพิ่มอีกชั้น เพราะถ้าไปวัดตอนอันโหลดจะได้ค่าต่ำมาก และถ้าตั้งจากค่านั้นรีเลย์จะทริปทันที ที่เครื่องเข้าโหลด

ถ้าใช้สตาร์ต-เดลตา และวาง CT ในกิ่งเดลตา ต้องตั้งที่ FLA × 0.58 — ดูเครื่องคำนวณกระแสสตาร์-เดลตา

อีกข้อที่มักถูกลืม: เครื่องสำเร็จรูปหลายรุ่นมีอุปกรณ์ป้องกันมอเตอร์ของตัวเองมาในตู้อยู่แล้ว ให้ดูว่าจะใช้ตัวไหนเป็นตัวหลักก่อนจะซ้อนอีกตัวเข้าไป

D-Time

จับเวลาสตาร์ตจริง ขณะเครื่องไม่มีภาระ ซึ่งเป็นสภาพที่เครื่องสกรูออกแบบมาให้สตาร์ต ค่าปกติจึงสั้น ถ้าเวลาเร่งยาวขึ้นเรื่อย ๆ อย่าแก้ด้วยการยืด D-Time — มันคือสัญญาณว่า วาล์วระบายความดันค้าง หรือสั่งเดินใหม่เร็วเกินกว่าเวลาหยุดขั้นต่ำที่คู่มือกำหนด

Undercurrent (UC) — ฟังก์ชันที่ตั้งแบบมักง่ายไม่ได้

บนเครื่องที่ควบคุมแบบโหลด–อันโหลด มีทางเลือกที่ซื่อสัตย์อยู่สามทาง เลือกหนึ่งทางและรู้ว่าแลกอะไร

  1. อินฮิบิต UC ขณะอันโหลด โดยรับสัญญาณจากโซลินอยด์วาล์วอันโหลด — ดีที่สุด แต่ต้องเดินสาย ควบคุมเพิ่ม
  2. ตั้ง UC ต่ำกว่ากระแสตอนอันโหลด — ง่ายที่สุด แต่ยอมรับว่ามองไม่เห็นคัปปลิ้งขาดในช่วงอันโหลด
  3. ไม่ติด UC เลย แล้วใช้สวิตช์ความดันหรือมาตรวัดลมเป็นตัวบอกว่าเครื่องไม่ผลิตลม
⚠️ สิ่งที่ห้ามทำคือตั้งมั่ว ๆ แล้วปิดทิ้งภายหลัง

การตั้ง UC ไว้กลาง ๆ ระหว่างระดับโหลดกับอันโหลด จะทริปทุกครั้งที่เครื่องอันโหลด แล้วจบลงด้วยการปิดฟังก์ชันทิ้ง ซึ่งแย่กว่าการเลือกข้อ 2 หรือ 3 ตั้งแต่ต้น

Stall / Locked Rotor

ตั้งให้ทำงานหลังพ้น D-Time เพื่อจับแอร์เอนด์ฝืดหรือติดจากน้ำมันแห้ง ซึ่งเป็นความเสียหายที่แพงที่สุด ของเครื่องชนิดนี้

Ground Fault และ Start Count

Ground Fault ใส่เมื่อเครื่องอยู่กลางแจ้ง ในห้องชื้น หรือมอเตอร์เคยพันใหม่ — ดูวิธีเลือก ZCT

Start Count ใส่เมื่อเครื่องถูกสั่งเดิน–หยุดตามความดัน หรือสั่งเดินเองหลังไฟดับ ให้ตั้งตาม จำนวนครั้งต่อชั่วโมงและเวลาหยุดขั้นต่ำที่คู่มือเครื่องกำหนด ไม่ใช่ตัวเลขทั่วไป

สิ่งที่รีเลย์กระแสไม่มีวันเห็น

อุณหภูมิด้านส่ง ระดับและคุณภาพน้ำมัน ΔP ของไส้กรองแยก และคูลเลอร์ตัน — ทั้งหมดนี้ ไม่ปรากฏในกระแสอย่างมีนัยสำคัญ เครื่องสำเร็จรูปมีสวิตช์เหล่านี้มาให้อยู่แล้ว งานของผู้ติดตั้งคือต่ออินเตอร์ล็อกเข้าวงจรควบคุมให้ครบ และ ห้าม bypass เพื่อให้เดินต่อ ซึ่งเป็นสาเหตุของแอร์เอนด์พังที่พบบ่อยที่สุด

สรุปเป็นลำดับการตั้งค่า

  1. ยืนยันว่าเป็นเครื่อง Positive Displacement และรู้ว่าควบคุมกำลังผลิตแบบไหน (โหลด–อันโหลด / หรี่ทางเข้า / VSD)
  2. ตั้ง OC = FLA จาก Nameplate (×0.58 ถ้า CT อยู่ในกิ่งเดลตา) — ห้ามตั้งจากค่าที่วัดตอนอันโหลด
  3. จับเวลาสตาร์ตขณะไม่มีภาระ → ตั้ง D-Time ให้ยาวกว่าเล็กน้อย
  4. เปิด Stall หลังพ้น D-Time
  5. ตัดสินใจเรื่อง UC ให้ชัดตั้งแต่ต้น — อินฮิบิตขณะอันโหลด ตั้งต่ำกว่าระดับอันโหลด หรือไม่ติด
  6. ตั้ง Phase Loss + Unbalance ไว้เสมอ
  7. ต่อ สวิตช์ความดัน อุณหภูมิ และ ΔP ของไส้กรองแยก เข้าอินเตอร์ล็อก — วาล์วนิรภัยคือด่านความปลอดภัย ไม่ใช่รีเลย์

ตั้งรีเลย์ให้ตรงกับระบบควบคุมของเครื่อง

ส่ง Nameplate มอเตอร์ ยี่ห้อ/รุ่นเครื่องอัดอากาศ และบอกว่าควบคุมแบบโหลด–อันโหลด หรี่ทางเข้า หรือ VSD มาทาง LINE ทีมวิศวกรจะช่วยดูว่าตั้ง Undercurrent ได้หรือควรใช้สวิตช์ความดันแทน

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

ปิดวาล์วทางส่งของเครื่องอัดอากาศ กระแสขึ้นหรือลง?

ขึ้น และเป็นจุดที่ต่างจากปั๊มหอยโข่งอย่างสิ้นเชิง ปั๊มหอยโข่งปิดปลายทางแล้วกระแสลดลงเพราะไม่มีการไหลจึงไม่มีงาน แต่เครื่องอัดอากาศดันปริมาตรคงที่ออกทุกรอบ ปิดทางส่งจึงไม่ได้หยุดการไหล แต่ทำให้ความดันสูงขึ้น และกำลังเดินตามอัตราส่วนความดัน ที่สำคัญคือมันไม่มีเพดานในตัวเองแบบกราฟปั๊ม ต้องมีวาล์วนิรภัยและสวิตช์ความดันเป็นตัวหยุด

ตั้ง Undercurrent กับเครื่องอัดอากาศแบบสกรูได้ไหม?

ได้ยาก เพราะการควบคุมแบบโหลด–อันโหลดทำให้กระแสสลับระหว่างสองระดับตลอดเวลา และระดับตอนอันโหลดแทบแยกไม่ออกจากคัปปลิ้งหรือสายพานขับขาด ทางออกที่ซื่อสัตย์มีสามทางเท่านั้น อินฮิบิต Undercurrent ขณะโซลินอยด์อันโหลดทำงาน ตั้งค่าต่ำกว่ากระแสตอนอันโหลดแล้วยอมรับว่ามองไม่เห็นช่วงนั้น หรือไม่ติดฟังก์ชันนี้เลย

ไส้กรองแยกน้ำมันตัน ดูจากกระแสได้ไหม?

ได้ และเป็นอาการที่หลอกคนมากที่สุด เพราะกระแสสูงขึ้นทั้งที่เกจความดันในไลน์อ่านได้ปกติ เหตุผลคือแอร์เอนด์ต้องอัดขึ้นไปถึงความดันไลน์บวกกับ ΔP ที่คร่อมไส้กรองแยก จึงเหมือนมีทางส่งตันอยู่ข้างในเครื่อง ตัวชี้ขาดคือเกจ ΔP คร่อมไส้กรองแยก ไม่ใช่เกจไลน์

กรองอากาศขาเข้าตัน กระแสจะขึ้นหรือลง?

ลง ตรงข้ามกับไส้กรองแยกตัน เพราะการหรี่อากาศขาเข้าทำให้มวลอากาศต่อรอบลดลง ซึ่งเป็นหลักการเดียวกับการควบคุมกำลังผลิตแบบหรี่ทางเข้า จุดสำคัญคือค่าที่เปลี่ยนอยู่ระดับไม่กี่เปอร์เซ็นต์ จมอยู่ในความแปรปรวนปกติ จึงห้ามตั้ง Undercurrent เพื่อหวังจับอาการนี้

เครื่องอัดอากาศที่ขับด้วยอินเวอร์เตอร์ (VSD) ตั้งค่าต่างกันไหม?

ต่างมาก เพราะกระแสเดินตามความเร็วรอบ ค่ากระแสเดียวจึงครอบคลุมทั้งช่วงไม่ได้ และตำแหน่งที่คล้อง CT ก่อนหรือหลังอินเวอร์เตอร์เปลี่ยนสิ่งที่รีเลย์เห็นทั้งหมด กรณีนี้ต้องยึดการป้องกันที่มากับตัวไดรฟ์เป็นหลัก และใช้รีเลย์ภายนอกเสริมเฉพาะสิ่งที่ไดรฟ์ไม่ได้ทำ

แหล่งอ้างอิง

  1. ISO 1217:2009 (Ed. 4) + Amd 1:2016 — Displacement compressors — Acceptance testsวิธีวัดปริมาณลมที่ผลิตได้และกำลังที่ใช้ ซึ่งเป็นฐานของการพูดถึงกำลังเทียบกับความดันทั้งหมดในบทความนี้ (ฉบับ 1975 และ 1996 ถูกยกเลิกแล้ว)
  2. ISO 12100:2010 — Safety of machinery: General principles for design — Risk assessment and risk reductionหลักการเลือกมาตรการความปลอดภัย — ใช้อธิบายว่าเหตุใดวาล์วนิรภัยกับสวิตช์ความดันจึงเป็นด่านหลัก ไม่ใช่รีเลย์กระแส
  3. IEC 60947-4-1:2023 (Ed. 5.0, corrected version 2026-03) — Contactors and motor-startersTrip Class ของอุปกรณ์ป้องกันโหลดเกิน
  4. IEC 60034-1 (Ed. 15.0, 2026) — Rotating electrical machines: Rating and performanceพิกัดและชนิดภาระ (Duty types) ของมอเตอร์ — ค้นด้วยเลขมาตรฐานที่ IEC Webstore
  5. มาตรฐานการติดตั้งทางไฟฟ้าสำหรับประเทศไทย วสท. 022001-22 (พ.ศ. 2564)ข้อกำหนดการติดตั้งวงจรมอเตอร์และการป้องกัน

เนื้อหานี้เป็นข้อมูลเชิงเทคนิคเพื่อการศึกษาและการเลือกอุปกรณ์เบื้องต้น ค่าที่คำนวณเป็น “ค่าประมาณ” การออกแบบและติดตั้งจริงต้องตรวจสอบกับข้อมูลบน Nameplate มาตรฐานฉบับปัจจุบัน และวิศวกรผู้มีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ SAV ไม่รับผิดชอบต่อการนำไปใช้นอกบริบท