Power Monitoring
ไฟตก ไฟกระชากในโรงงาน: เกิดจากการไฟฟ้าหรือระบบภายใน ตรวจอย่างไรให้รู้จริง
คำว่า “ไฟตก” ในโรงงานรวมอาการที่ต่างกันอย่างน้อย 5 แบบ ได้แก่ Voltage Sag (ตกลึกไม่กี่รอบคลื่น), Swell (เกินชั่วขณะ), Interruption (ดับชั่วขณะ), Transient (กระโชกระดับไมโครวินาที) และ Under/Overvoltage แบบต่อเนื่อง แต่ละแบบมีต้นเหตุคนละอย่างและแก้คนละทาง สิ่งที่ต้องพิสูจน์ก่อนโทรหาการไฟฟ้าคือต้นเหตุอยู่ในรั้วโรงงานหรือนอกรั้ว วิธีพิสูจน์คือวัดพร้อมกันสองจุด — ที่หัวเมนหลังมิเตอร์ และที่ตู้ของโหลดที่มีปัญหา — แล้วดูว่าแรงดันตกทั้งสองจุดพร้อมกันหรือตกเฉพาะจุดใน ถ้าตกเฉพาะด้านในแปลว่าปัญหาเป็นของเราเอง
“ไฟตก” เป็นคำที่ใช้เรียกอาการต่างกันอย่างน้อยห้าแบบ และแต่ละแบบมีต้นเหตุคนละอย่าง แก้คนละทาง ต้องใช้หลักฐานคนละชุด การโทรแจ้งการไฟฟ้าโดยยังไม่ได้แยกอาการมักจบลงด้วยการที่เจ้าหน้าที่มาวัดแล้ว พบว่าแรงดันปกติ เพราะปัญหาไม่ได้เกิดตอนที่เขามา หน้านี้จึงเริ่มจากการแยกอาการก่อน แล้วค่อยว่าด้วย วิธีพิสูจน์ว่าต้นเหตุอยู่ในรั้วหรือนอกรั้ว
แยกอาการก่อน: ห้าแบบที่ถูกเรียกรวมว่าไฟตก
ทุกอาการแยกได้ด้วยสองอย่างเท่านั้น — ลึกแค่ไหน (แรงดันเหลือกี่เปอร์เซ็นต์ของค่าปกติ) และ นานแค่ไหน (กี่รอบคลื่น กี่วินาที กี่นาที) ถ้าจดสองค่านี้ได้ทุกครั้งที่เกิด ก็แยกอาการได้แล้ว
| อาการ | แรงดันเหลือ | ระยะเวลา | สิ่งที่เห็นหน้างาน |
|---|---|---|---|
| Voltage Sag / Dip | ~10–90% | ครึ่งรอบคลื่น – 1 นาที | คอนแทคเตอร์หลุด PLC รีเซ็ต ไฟหรี่วูบ |
| Interruption | < 10% | ครึ่งรอบคลื่น – 1 นาที | ทั้งไลน์หยุด ต้องไปกดสตาร์ทใหม่ |
| Voltage Swell | ~110–180% | ครึ่งรอบคลื่น – 1 นาที | เพาเวอร์ซัพพลายเสีย หลอดขาดพร้อมกันหลายจุด |
| Transient | สูงได้หลายเท่า | ไมโครวินาที – มิลลิวินาที | บอร์ดอิเล็กทรอนิกส์เสียโดยไม่มีสัญญาณเตือน |
| Under / Overvoltage ต่อเนื่อง | ~80–90% หรือ 110–120% | เกิน 1 นาที | มอเตอร์ร้อนสะสม ประสิทธิภาพตกทั้งวัน |
เกณฑ์ตัวเลขข้างต้นอ้างจากการจำแนกของ IEEE Std 1159 ซึ่งเป็นมาตรฐานที่เครื่องวัดคุณภาพไฟฟ้า ส่วนใหญ่ใช้ตั้งค่าเริ่มต้น สังเกตว่า Sag กับ Interruption ต่างกันแค่ความลึก และ Sag กับ Undervoltage ต่างกันแค่ระยะเวลา — นี่คือเหตุผลว่าทำไมการจดแค่ “ไฟตก” เฉย ๆ ถึงไม่พอ
Voltage Sag — ตัวที่เจอบ่อยที่สุด
Sag คือแรงดันตกลึกแต่สั้น มักเกิดจากกระแสก้อนใหญ่ไหลเข้าระบบทันที เช่น มอเตอร์ใหญ่สตาร์ท หม้อแปลงจ่ายไฟเข้าครั้งแรก หรือเกิดฟอลต์ที่ไหนสักแห่งในระบบจำหน่ายแล้วรีเลย์ตัดออกภายในไม่กี่รอบคลื่น
ประเด็นสำคัญคือ Sag ที่กินเวลาแค่ 5 รอบคลื่น (ประมาณ 0.1 วินาที) ก็พอทำให้คอนแทคเตอร์หลุดแล้ว เพราะคอยล์คอนแทคเตอร์ทั่วไปเริ่มปล่อยเมื่อแรงดันเหลือราว 60–70% ของพิกัด ผลคือสายการผลิตหยุด ทั้งที่วัดแรงดันตอนหลังก็ปกติดี
Interruption — ดับจริงแต่สั้น
ถ้าแรงดันเหลือต่ำกว่า 10% ถือเป็น Interruption ในระบบจำหน่ายไทยมักมาจากการทำงานของ Recloser ที่ตัดแล้วต่อกลับอัตโนมัติหลังเกิดฟอลต์ชั่วคราว เช่น กิ่งไม้แตะสาย หรือสัตว์พาดสาย ซึ่งอาจเกิดซ้ำ สองสามครั้งติดกันภายในไม่กี่วินาที
โรงงานที่เดินเครื่องต่อเนื่องได้รับผลจากอาการนี้มากที่สุด และเป็นเหตุผลที่มี รีเลย์รีสตาร์ทอัตโนมัติหลังไฟดับชั่วขณะ ใช้กัน — เพื่อไม่ต้องเดินไปกดสตาร์ท มอเตอร์ใหม่ทีละตัวหลังไฟวูบเพียงครั้งเดียว
Voltage Swell และ Transient
Swell คือแรงดันเกินชั่วขณะ มักเกิดคู่กับฟอลต์ลงดินในเฟสอื่น หรือเกิดตอนปลดโหลดก้อนใหญ่ออกทันที ส่วน Transient คือยอดแหลมระดับไมโครวินาทีจากฟ้าผ่าหรือการสวิตช์คาปาซิเตอร์แบงก์
ทั้งสองอย่าง มิเตอร์ที่อ่านค่า RMS ทั่วไปจับไม่ได้ — Swell พอจับได้ถ้ามิเตอร์บันทึกค่าสูงสุด แต่ Transient ต้องใช้เครื่องที่สุ่มสัญญาณเร็วระดับหลายกิโลเฮิรตซ์ขึ้นไป ถ้าอาการคือบอร์ดอิเล็กทรอนิกส์ เสียเป็นระยะโดยไม่มีเหตุ ให้สงสัย Transient และดูเรื่องการต่อลงดินกับอุปกรณ์ป้องกันเสิร์จก่อน
Under / Overvoltage แบบต่อเนื่อง
อันนี้ไม่ใช่เหตุการณ์ แต่เป็นสภาพ — แรงดันอยู่ต่ำหรือสูงกว่าปกติเป็นนาที เป็นชั่วโมง หรือทั้งกะ สาเหตุฝั่งในมักเป็นหม้อแปลงรับโหลดเกินหรือแท็ปหม้อแปลงตั้งไม่ตรง ส่วนฝั่งนอกเป็นเรื่องระดับแรงดัน ของสายป้อนในพื้นที่
ผลกับมอเตอร์ต่างจาก Sag ชัดเจน — Sag ทำให้ทริปหรือหลุด ส่วน Undervoltage ต่อเนื่องทำให้ ร้อนสะสมทั้งวันโดยไม่ทริป ซึ่งกินอายุฉนวนเงียบ ๆ
ในรั้วหรือนอกรั้ว — วิธีพิสูจน์
นี่คือส่วนที่ตัดสินว่าเรื่องจะจบเร็วหรือช้า และเป็นส่วนที่มักถูกข้าม
จากงานหน้างานส่วนใหญ่ อาการ “ไฟตก” ที่โรงงานแจ้งเข้ามา ลงเอยเป็นปัญหาภายในรั้วมากกว่าฝั่งระบบจำหน่าย การแจ้งการไฟฟ้าโดยยังไม่ได้ตรวจภายในทำให้เสียเวลาทั้งสองฝ่าย และเมื่อพบภายหลังว่าต้นเหตุคือ การสตาร์ทมอเตอร์ของเราเอง ก็ยังเป็นความรับผิดชอบของผู้ใช้ไฟตาม ระเบียบการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค พ.ศ. 2562 ข้อ 39 อยู่ดี
วิธีที่ตรงที่สุด: วัดพร้อมกันสองจุด
ติดมิเตอร์ที่บันทึกค่าได้สองตัว ตัวหนึ่งที่หัวเมนหลังมิเตอร์การไฟฟ้า อีกตัวที่ตู้ของโหลดที่มีปัญหา ตั้งเวลาให้ตรงกัน แล้วรอให้อาการเกิด
| หัวเมน | ตู้ปลายทาง | แปลว่า |
|---|---|---|
| ตก | ตก (ลึกใกล้กัน) | ต้นเหตุอยู่นอกรั้ว — ฝั่งระบบจำหน่าย |
| นิ่ง | ตก | ต้นเหตุอยู่ในรั้ว — ระหว่างหัวเมนกับตู้นั้น |
| ตกเล็กน้อย | ตกลึก | มีทั้งสองส่วน แต่ตัวหลักอยู่ในรั้ว |
ถ้ามีมิเตอร์ตัวเดียว ให้เริ่มที่หัวเมนก่อน เพราะถ้าหัวเมนนิ่งตลอดช่วงที่ปลายทางมีปัญหา ก็สรุปได้ทันที ว่าไม่ต้องโทรหาการไฟฟ้า
ต้นเหตุฝั่งใน ที่เจอบ่อยเรียงตามความถี่
- เครื่องจักรใหญ่สตาร์ทแบบ DOL — กระแสสตาร์ท 6–8 เท่าของพิกัดลากแรงดันทั้งตู้ลงชั่วขณะ สังเกตง่ายมาก เพราะอาการเกิดทุกครั้งที่เครื่องนั้นสตาร์ท ถ้าจับคู่เวลาได้ก็จบเรื่อง ทางแก้อยู่ที่วิธีสตาร์ทมอเตอร์ — เปลี่ยนเป็นสตาร์-เดลตา หรือซอฟต์สตาร์ทเตอร์
- จุดต่อหลวมหรือมีออกไซด์ — ที่เทอร์มินอล เมนเบรกเกอร์ บัสบาร์ หรือหน้าสัมผัสคอนแทคเตอร์ จุดต่อที่ความต้านทานสูงขึ้นทำให้แรงดันตกเฉพาะตอนกระแสสูง และมักตกไม่เท่ากันทั้งสามเฟส ซึ่งเป็นเบาะแสสำคัญ — ดูบทความเรื่องแรงดันและกระแสไม่สมดุล
- หม้อแปลงรับโหลดเกินหรือแท็ปไม่ตรง — อาการคือแรงดันต่ำตลอดช่วงกะที่โหลดหนัก แล้วกลับมาปกติ ตอนกลางคืน เป็น Undervoltage ต่อเนื่อง ไม่ใช่ Sag
- สายป้อนเล็กเกินหรือยาวเกิน — เป็นแรงดันตกตามสาย ตรง ๆ คำนวณตรวจได้ด้วยเครื่องคำนวณแรงดันตก โดยไม่ต้องรออาการเกิด
ต้นเหตุฝั่งนอก
เหลือจากข้างบนแล้วจึงมองออกไปนอกรั้ว — ฟอลต์ชั่วคราวในสายจำหน่าย การทำงานของ Recloser งานบำรุงรักษาสายป้อน หรือโรงงานข้างเคียงที่มีโหลดกระชากใหญ่บนสายป้อนเดียวกัน
ลักษณะที่ชี้ไปทางนอกรั้วคือ แรงดันตกทั้งสามเฟสพร้อมกันในระดับใกล้เคียงกัน และ หัวเมนตกด้วย และมักสัมพันธ์กับสภาพอากาศ
บันทึกอย่างไรให้เป็นหลักฐาน
Voltage Sag ส่วนใหญ่กินเวลา 0.01–0.1 วินาที เร็วกว่าอัตราการอ่านของมัลติมิเตอร์ทั่วไปหลายเท่า การไปยืนวัดแล้วเห็นค่าปกติ ไม่ได้แปลว่าไม่มีปัญหา ต้องใช้มิเตอร์ที่บันทึกต่อเนื่องพร้อมเวลาเท่านั้น
ทุกครั้งที่เกิดอาการ ให้ได้ข้อมูลชุดนี้:
- วันและเวลา ระบุถึงวินาทีถ้าทำได้ — ใช้จับคู่กับเหตุการณ์อื่น เช่น เวลาที่เครื่องอัดอากาศสตาร์ท
- ระยะเวลา ที่แรงดันอยู่ต่ำกว่าเกณฑ์
- ค่าต่ำสุดของแต่ละเฟสแยกกัน — ไม่ใช่ค่าเฉลี่ย เพราะเฟสที่ตกลึกที่สุดคือเบาะแส
- โหลดขณะนั้น กระแสรวมหรือกำลังไฟฟ้าที่หัวเมน
- สิ่งที่เกิดตามมา เครื่องไหนหยุด อะไรรีเซ็ต
มิเตอร์ดิจิทัลที่มีฟังก์ชันบันทึกค่าต่ำสุด/สูงสุดพร้อมเวลาทำงานนี้ได้ และถ้าเป็นรุ่นที่ส่งค่าออก RS-485 เข้าระบบได้ ก็เก็บย้อนหลังได้ทั้งเดือนโดยไม่ต้องมีคนเฝ้า — ดูวิธีเลือกมิเตอร์ และ Power Meter ดิจิทัลคืออะไร
การวัดที่จะเอาไปเทียบกับของการไฟฟ้าได้ควรอ้างวิธีตาม IEC 61000-4-30 ซึ่งกำหนดวิธีวัดให้ผลจาก เครื่องต่างยี่ห้อเทียบกันได้ ถ้าเครื่องระบุว่าเป็น Class A หรือ Class S ตามมาตรฐานนี้ จะคุยกันง่ายกว่ามาก
ข้อมูลที่ควรเตรียมก่อนแจ้ง MEA/PEA
เมื่อพิสูจน์แล้วว่าต้นเหตุอยู่นอกรั้ว ให้เตรียมของพวกนี้ไปพร้อมกัน:
- หมายเลขผู้ใช้ไฟและที่อยู่ตามใบแจ้งหนี้ — ต้องแจ้งกับการไฟฟ้าที่ดูแลพื้นที่ของเรา (MEA หรือ PEA แบ่งพื้นที่กันอย่างไร)
- ตารางเหตุการณ์ วัน เวลา ระยะเวลา ค่าต่ำสุดรายเฟส อย่างน้อย 3–5 ครั้ง ยิ่งมีหลายครั้งยิ่งดี
- กราฟหรือไฟล์บันทึกจากมิเตอร์ พร้อมระบุยี่ห้อ รุ่น จุดที่ติดตั้ง และวิธีวัดที่อ้างอิง
- ผังไฟฟ้าเดี่ยว (Single Line Diagram) อย่างน้อยจากจุดรับไฟถึงตู้ที่มีปัญหา
- สรุปสิ่งที่ตรวจภายในแล้ว — ระบุว่าได้ตรวจจุดต่อ วัดที่หัวเมน และตัดประเด็นการสตาร์ท มอเตอร์ภายในออกแล้วอย่างไร ข้อนี้ทำให้เรื่องเดินเร็วขึ้นชัดเจน
- ผลกระทบที่เป็นรูปธรรม เครื่องหยุดกี่ครั้ง เสียเวลาการผลิตเท่าไร ของเสียเท่าไร
ข้อ 5 คือข้อที่คนข้ามบ่อยที่สุดและมีน้ำหนักมากที่สุด การบอกได้ว่า “ตรวจภายในแล้วพบว่าหัวเมนก็ตกพร้อมกัน” เปลี่ยนบทสนทนาจากการร้องเรียนเป็นการส่งข้อมูลทางเทคนิค
สรุปเป็นลำดับการตรวจ
- จดให้ได้ว่า ลึกแค่ไหน นานแค่ไหน แล้วเทียบตารางด้านบนเพื่อระบุว่าเป็นอาการแบบใด
- ติดมิเตอร์บันทึกที่ หัวเมน ก่อนอย่างน้อยหนึ่งตัว
- จับคู่เวลาที่เกิดกับ การสตาร์ทของเครื่องจักรใหญ่ ในโรงงาน
- ตรวจ จุดต่อ และดูว่าแรงดันตกไม่เท่ากันทั้งสามเฟสหรือไม่
- ถ้าหัวเมนนิ่ง → ปัญหาอยู่ในรั้ว แก้ที่ต้นเหตุตามข้อ 3–4
- ถ้าหัวเมนตกด้วย → รวบรวมหลักฐานตามหัวข้อด้านบนแล้วแจ้งการไฟฟ้าพื้นที่
ถ้ายังไม่แน่ใจว่าต้องวัดด้วยอะไรหรือติดตรงไหน ส่งผังไฟฟ้าเดี่ยวหรือรูปตู้เดิมมาได้ ทีมวิศวกรรมช่วยเลือกมิเตอร์และจุดติดตั้งให้ตรงกับสิ่งที่ต้องพิสูจน์
ให้ทีมวิศวกร SAV ช่วยเลือกรุ่น
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ไฟตกในโรงงาน เกิดจากการไฟฟ้าเสมอหรือไม่?
ไม่เสมอ ส่วนใหญ่ที่เจอหน้างานเป็นปัญหาภายในโรงงานเอง เช่น มอเตอร์ใหญ่สตาร์ทแบบ DOL จุดต่อสายหลวม หรือหม้อแปลงรับโหลดเกิน วิธีแยกคือวัดแรงดันพร้อมกันที่หัวเมนและที่ตู้ปลายทาง ถ้าหัวเมนนิ่งแต่ปลายทางตก แปลว่าต้นเหตุอยู่ในระบบของเรา
Voltage Sag กับ Interruption ต่างกันอย่างไร?
ตาม IEEE Std 1159 ทั้งคู่วัดที่ความยาวครึ่งรอบคลื่นขึ้นไป ต่างกันที่ความลึก — Sag คือแรงดันเหลือประมาณ 10–90% ของค่าปกติ ส่วน Interruption คือเหลือต่ำกว่า 10% หรือดับสนิท ในทางปฏิบัติ Sag ทำให้คอนแทคเตอร์หลุดและ PLC รีเซ็ต ส่วน Interruption ทำให้ทั้งไลน์หยุด
ต้องเตรียมข้อมูลอะไรก่อนแจ้งการไฟฟ้า?
วันและเวลาที่เกิด (ระบุวินาทีถ้าทำได้) ระยะเวลาที่แรงดันต่ำ ค่าแรงดันต่ำสุดของแต่ละเฟส ความถี่ที่เกิดซ้ำ โหลดในโรงงานขณะนั้น และหลักฐานว่าได้ตรวจภายในแล้ว การมีข้อมูลจากมิเตอร์ที่บันทึกต่อเนื่องทำให้เรื่องเดินเร็วกว่าการแจ้งด้วยความรู้สึกมาก
มัลติมิเตอร์ธรรมดาใช้จับไฟตกได้ไหม?
ไม่ได้ Voltage Sag ส่วนใหญ่กินเวลาไม่กี่รอบคลื่น (ระดับ 10–100 มิลลิวินาที) ซึ่งเร็วกว่าอัตราการอ่านของมัลติมิเตอร์ทั่วไป ต้องใช้มิเตอร์ที่บันทึกค่าต่อเนื่องและมีฟังก์ชันจับค่าต่ำสุด/สูงสุดพร้อมเวลา
ไฟตกทำให้มอเตอร์เสียหายได้อย่างไร?
แรงดันตกทำให้แรงบิดลดลงตามกำลังสอง มอเตอร์จึงชะลอและกินกระแสสูงขึ้นเพื่อรักษาภาระ ถ้าเกิดบ่อยจะสะสมความร้อนในขดลวด และถ้าตกลึกจนคอนแทคเตอร์หลุดแล้วกลับมาทันที มอเตอร์อาจถูกสตาร์ทซ้ำขณะยังหมุนอยู่ ซึ่งกระแสสูงกว่าการสตาร์ทปกติ
แหล่งอ้างอิง
- IEEE Std 1159 — IEEE Recommended Practice for Monitoring Electric Power Quality — นิยามและการจำแนก Sag / Swell / Interruption / Transient ตามความลึกและระยะเวลา
- IEC 61000-4-30 — Testing and measurement techniques: Power quality measurement methods — วิธีวัดคุณภาพไฟฟ้าที่ทำให้ผลจากเครื่องต่างยี่ห้อเทียบกันได้ (Class A / Class S)
- IEC 61000-2-2 — Compatibility levels for low-frequency conducted disturbances in public low-voltage supply systems — ระดับความเข้ากันได้ของสัญญาณรบกวนในระบบแรงดันต่ำสาธารณะ
- ระเบียบการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ว่าด้วยการใช้ไฟฟ้าและบริการ พ.ศ. 2562 — ข้อ 39 — ผู้ใช้ไฟต้องไม่ก่อผลกระทบต่อคุณภาพไฟฟ้าของระบบ (ใช้อ้างอิงเมื่อคุยเรื่องผลกระทบจากการสตาร์ทมอเตอร์)
เนื้อหานี้เป็นข้อมูลเชิงเทคนิคเพื่อการศึกษาและการเลือกอุปกรณ์เบื้องต้น ค่าที่คำนวณเป็น “ค่าประมาณ” การออกแบบและติดตั้งจริงต้องตรวจสอบกับข้อมูลบน Nameplate มาตรฐานฉบับปัจจุบัน และวิศวกรผู้มีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ SAV ไม่รับผิดชอบต่อการนำไปใช้นอกบริบท